ติดคุกที่ปลายนิ้ว

posted on 20 May 2012 18:46 by studioomg
ทุกวันนี้ผมมักได้ยินว่าเด็ก ๆ พากันอวดอ้างขนาดกันอย่างหน้าออกตา บ้างเจ็ดนิ้ว บ้างสิบนิ้ว ใหญ่หน่อยก็สิบเอ็ดนิ้ว … และอาจมีอีกหลายคนที่ถูมิใจกับขนาดสามนิ้วของตนเอง แต่สุดท้ายไม่ว่ามันจะกี่นิ้ว มันก็มีไว้จิ่ม ๆ กด ๆ เรียกหาอะไรต่อมิอะไรได้อย่างใจนึก … ใช่ครับ... พวกมันคืออุปกรณ์สื่อสารหรือไม่สื่อสารก็ตามที ที่สามารถสั่งงานด้วยระบบนิ้วสัมผัสที่พวกเรากำลังเห่อและชินหูชินตากันอยู่ ก่อนนี้เราต้องมีจอภาพและมีเมาส์เพื่อสั่งงานอุปกรณ์จำพวกนี้แต่ตอนนี้เมาส์กับจอภาพกลายเป็นสิ่งเดียวกันไปแล้ว มันทำให้อะไรต่อมิอะไรง่ายขึ้นอีกเยอะ
 
ความสำเร็จของอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่เพียงระบบการติดต่อกับผู้ใช้งาน(Interface) แท้จริงแล้วอยู่ที่ข้อมูลที่มันสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเครือข่ายที่พวกมันเชื่อมโยงอยู่ ข้อมูลเหล่านี้ดูไปแล้วบางทีก็น่าเป็นห่วงในความเสรีและทั่วถึงอย่างไร้ขอบเขต มันมอบประสบการและการรับรู้มาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งสี แสง เสียง อย่างน่าตื่นตาและถูกใจตามแต่จริตของผู้เสพ

ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลวนอยู่รอบตัวเราในวันนี้ มันเหมือนกับว่าเราอยากรู้จักอะไรก็ได้รู้ จนลืมคิดเราได้รู้ที่สิ่งที่เราอยากรู้ หรือได้รู้เพียงแค่สิ่งที่มีใครซักคนอยากให้รู้กันแน่ ….

การได้รู้อะไรต่อมิอะไรอย่างมากมายหลากหลายนี้นี่เองเป็นเหตุให้เราได้เห็น ผู้คนต่างแสดงศักภาพในการจำจดสิ่งที่รับรู้ใส่หน้ากันอย่างห้าวหาญ ประสบการณ์อันน่าแสวงหาของทุกวันนี้ได้รับจากการอ่านข้อความ ดูภาพ ฟังเสียง มากกว่าการได้ไปรับเอาประสบการณ์การจริงโดยตรง ราวกับว่าเราจะเข้าใจได้ว่าผัดกระเพาในภาพตรงหน้ามันจะเผ็ดร้อนได้ซักแค่ไหนเพียงเพราะการนั้งเพ่งมองรูปภาพ
 
นักรับรู้จำนวนมากมายรับรู้เสียง สี รสชาติ กลิ่นอาย และบรรยากาศจากโลกใบใหญ่น้อยลง ในขณะที่พวกเขาเองเริ่มเชื่อว่าโลกใบนี้เล็กกว่าที่เคยเป็น … ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทัศนะของผู้คนแคบลง หรือโลกกำลังเล็กลงกันแน่

Work ไม่ Works

posted on 03 May 2012 16:36 by studioomg

"เดี๋ยวเถอะ ! ... เป็นเด็กไม่ดีเหรอ ?!"

ประโยคที่สั้น ๆ ลอยมาจากมุมหนึ่งในร้านกาแฟที่ผมนั้งอยู่ เมื่อหันกลับไปก็พบกับคุณแม่วัยใกล้ ๆ กับผมอยู่กับลูกสาววัยน่ารัก ตัวเล็ก ตาโต กระโปรงบานสีฟ้าพาสเทล ซึ่งวิ่งผ่านโต๊ะผมไปเมื่อครู่ กำลังหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าคุณแม่ของเธอที่กำลังทำหน้าตาดุดันพอ ๆ กับเสียงแผดกร้าวออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ทันจะเกินสามเฮือกหายใจ น้ำตาใส ๆ ก็ไหลอาบสองแก้ม  นั้นคงเป็นเพราะคำว่าที่ว่า "เป็นเด็กไม่ดี !" มันดูจะแรงเกินไปสำหรับเพียงแค่การแสดงความร่าเริง

 

ผมเองก็เป็นพ่อคนมาได้ร่วมจะสามปี ถึงวันนี้ผมเริ่มสังเกตเห็นความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ความจริงที่ว่ามนุษย์อาจเกิดมาสมประกอบหรือไม่สมประกอบทางกายภาพหรือสุขภาพนั้นเป็นไปได้ แต่โลกเราไม่มีใครเกิดมาดีหรือเกิดมาไม่ดี โลกเรามีเพียงมนุษย์ที่ถูกทำให้ดีหรือไม่ดีเท่านั้นเอง เพียงแต่ผู้บ่มเพาะจะสำนึกในความรับผิดชอบของตนหรือไม่....

 

"อะไรกัน ! แม่ยังไม่ได้ดีเลย ร้องไห้ทำไม ?!"

คุณแม่คนสวยผิวใสใบหน้างาม ถามย้อนลูกสาวราวกับว่าความเจ็บปวดของมนุษย์เรามันจะเกิดได้แค่ที่ผิวกาย ผมเห็นเด็กน้อยน่ารักที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังเจ็บปวดขนาดนั้นแล้วเธอยังจะย้อนถามได้ลงคออีกเหรอ

 

เฮ้อออออ ... นี่แหละนะชีวิตมนุษย์ เรามันเลือกเกิดไม่ได้ หากเลือกเกิดได้ อาจมีหลายคนที่ลูกดกเพราะใคร ๆ ก็อยากไปเกิดด้วย และอาจมีบางคนที่ไม่มีลูกเลยด้วยเหตุผลตรงข้ามกัน

 

หวังว่าผมคงไม่ทำให้ลูกชายของผมเสียใจที่มาเกิดเป็น ลูก ของผมนะ....